อึ้งกิมกี่ และเหวอสุด ๆ เมื่อ คุณหนูแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ สาวไฮโซรุ่นใหม่ที่กำลังเนื้อหอมมาก ๆ ในแวดวงไฮไซ ต้องมาเป็นแขกรับเชิญในช่วงเรียลลิตี้ ของรายการ เจาะใจ ที่ให้เธอต้องสลับตัวกับ ป้าสำรวย โตพฤกษา หญิงชราที่รักสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ และเก็บหมาเร่ร่อนมาเลี้ยงมากมายเป็นจำนวนเกือบพันตัว ที่จังหวัดนครนายก
5 วันที่ทั้งคู่ ต้องสลับตัวกัน หนูแหวนต้องมาอยู่แทนป้าสำรวย ทำหน้าที่แทนป้าสำรวยทุกอย่าง โดยเฉพาะการดูแลหมา-แมว มากเกือบพันตัว ให้อาหาร เก็บขี้ ทำความสะอาด ขณะที่ป้าสำรวย ก็ได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตแบบสุขสบาย ตรวจสุขภาพ กินอาหารดี ๆ บนห้องอาหารหรู ๆ ที่โรงแรมปาร์คนายเลิศ และไปเที่ยวพักผ่อนที่จังหวัดเชียงราย
วันแรก หนูแหวนซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองต้องมากินอยู่กับหมา แมวแบบคลุกคลี เดินทางมาถึงจังหวัดนครนายกด้วยรถเบนซ์รุ่นใหม่ แต่งตัวสวยสุด ๆ ด้วยเสื้อสายเดี่ยว มาถึงบ้านป้าสำรวยก็ยังตื่นเต้นดีใจ ที่เห็นหมาจำนวนมาก ๆ เพราะเป็นคนรักหมาเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นเมื่อได้มาคลุกคลีกับหมาที่ตัวเองรักก็ยังยิ้มแย้ม แจ่มใส แต่มาหน้าเหวอ ๆ ตอนเจอแมวเกือบ 200 ตัวในกรงที่ป้าสำรวยเลี้ยงเอาไว้ เพราะตัวหนูแหวนเองกลัวแมวมาก เนื่องจากตอนเด็ก ๆ เคยโดนแมวข่วน แต่เธอก็ยังใจดีสู้แมว แต่เห็นจะมาอึ้งสุด ๆ เมื่อทีมงานบอกว่า การดูแลหมา-แมว ที่บ้านป้าสำรวย เป็นภารกิจที่หนูแหวนจะต้องทำเป็นเวลา 5 วัน
แม้หน้าตาก็สลดลงนิดหน่อย แต่หนูแหวนก็ยังยิ้มสู้ พร้อมบอกว่าได้ค่ะ
5 วัน ภารกิจหลัก ๆ ตื่นเช้ามา หนูแหวนต้องตื่นมาแต่ ตี 5-6 โมงเช้า เพื่อมาหุงข้าว ให้หมา เก็บอึหมาให้สะอาดทุกเช้า ให้อาหารหมา-แมว ดูแลสุขภาพ ทำความสะอาดกรงหมา-แมว โอ๊ยอีกสารพัด แถมต้องคิดว่าจะพัฒนาหมา-แมว ที่นี่ อย่างไรให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยใช้เงินหนึ่งแสนบาท
5 วัน ที่แสนทรมาน เมื่อคุณหนูไฮไซ ที่มีพี่เลี้ยงทำงานบ้านให้ทุกอย่าง แต่ที่นี่เธอต้องทำเองทุกอย่าง อาศัยนอนที่วัด, ต้องอาบน้ำที่เย็นมากปานน้ำแข็ง,กับข้าวที่แสนจะธรรมดา แต่ที่นี่ก็ทำให้เธอเรียนรู้อะไรหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือการให้ ให้คนที่ด้อยกว่า ดังนั้น เธอจึงคิดว่าจะตั้งมูลนิธิขึ้นมาก เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของหมา-แมว ที่บ้านป้าสำรวย พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระป้าสำรวยให้สบายมากขึ้น
ป้าสำรวยแกแก่มาก เมื่อก่อนแกทำงานเย็บผ้าก็ยังมีเงินมาช่วยได้บ้าง แต่ตอนนี้ 60 ตาก็เริ่มพล่าแล้ว ตอนนี้แกต้องเลี้ยงหมาที่เยอะกว่าเดิม เพราะคนรู้ว่าป้าสำรวยเลี้ยงหมาเหรอ คนก็เอามาปล่อยเยอะไปหมด แกก็สงสารก็รับเลี้ยงหมด ตอนนี้มีสุนัข 700 ตัว ทีนี้แกก็ต้องเลี้ยงหมดรายได้ก็ไม่มี ตอนนี้ก็รับบริจาคล้วน ๆ ค่าอาหารหมาเดือนละเป็นแสน แหวนก็ถามแกว่าพอเหรอ ป้าก็บอกว่าถ้าไม่พอคุณป้าก็ไปยืมเขามา เป็นหนี้คนโน้นคนนี่
ก็เลยคุยกันว่าจะทำโครงการ ถ้าเป็นไปได้ก็จะตั้งมูลนิธิ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากคณะสัตวแพทย์ศาสตร์จุฬา จุดประสงค์คงมี 4 อันหลัก ๆ คือ หาบ้านให้สุนัขอยู่ เราจะคัดหมาที่น่ารัก นิสัยดี แล้วเอาไปให้คุณหมอตรวจ ทำประวัติ เพราะบางทีก็มีคนที่จะรับไปเลี้ยง แต่ประวัติก็ไม่มี อะไรก็ไม่มีบางที เขาจะเลี้ยงก็ไม่รู้ว่ามันเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ตอนนี้ก็จะเลือกแล้วเอาไปตรวจ ทำประวัติไว้ แล้วจะหาบ้านให้หมาอยู่ แล้วก็ทำเวปไซด์ ตอนนี้อยู่ในช่วงดำเนินงาน รณรงค์ไม่ให้คนเอาหมามาปล่อยมากขึ้น จะบอกคนเลี้ยงสัตว์หลาย ๆ คน ว่าตอนเด็ก ๆ มันจะน่ารักแต่โตขึ้นมันไม่ได้น่ารักขนาดนั้น บางคนเห็นเล็ก ๆ น่ารัก แต่โตขึ้นหน้าตามันไม่โนเนะแล้ว ก็เริ่มไม่รัก เอามาปล่อย เอามาทิ้ง ก็อยากบอกว่ามันเป็นความรับผิดชอบของคุณนะ ไม่ใช่จะทิ้งขว้าง หมาก็เป็นสิ่งมีชีวิต ก็อยากจะรณรงค์ตรงนี้ แต่ว่าต้องใช้เวลานาน
อีกอย่างก็คือหาเงินทุนมาให้คุณป้า ตอนนี้อาหารไม่พอ จะขอสปอนเซอร์เรื่องอาหาร
ต้องขอบคุณ บ. เพ็ทดีกรี เพราะอาหารไม่พอก็โทรไปหาเขา เขาก็บริจาคมา 200 กระสอบ อยู่ได้สักประมาณ 40 วัน ก็ต้องขอบคุณมาก ๆ แหวนก็จะหาสปอนเซอร์ขึ้นเรื่อย และอีกอย่างคือ จะหาแพทย์มาช่วยดูแลเป็นเรื่องเป็นราว เพราะคุณป้าเขาก็มีความรู้ในระดับหนึ่งแต่ไม่ชำนาญ คิดว่าถ้ามีแพทย์มาช่วยดูแลตรงนี้ก็ดีขึ้น ทุก ๆ เดือนอาจจะมีคณะแพทย์มาตรวจทุกตัวก็น่าเป็นเรื่องที่ดี
ที่มา :
http://www.jsl.co.th/minisite/jorjai/hilight.php?hilight=2482